limobus

เดินหน้าขยาย Bangkok Airport เพื่อรองรับความต้องการใช้ของผู้โดยสาร

ทราบกันดีว่าปัจจุบันการเดินทางโดยเครื่องบินนั้นได้รับความนิยมอย่างมากอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้ล้นสนามบิน เพราะนอกจากประหยัดระยะเวลาในการเดินทางแล้ว ในเรื่องของการแข่งขันระหว่างสายการบินส่งผลให้มีการบริการที่ดีขึ้น และอัตราค่าโดยสารถูกลง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวของโดยเฉพาะ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ต้องเร่งเดินหน้าขยายสนามบินเพื่อรองรับความต้องการใช้ของผู้โดยสาร ดังนั้น ทอท.ในฐานะที่กำกับดูแลสนามบินหลักๆ ของประเทศ 6 สนามบิน จึงลุยเดินหน้าแผนโรดแมปพัฒนา Bangkok Airport เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

ซึ่งในช่วง 8 เดือนปีงบประมาณ 59 (ต.ค.58-พ.ค.59) มีเที่ยวบินให้บริการ 519,157 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะท่าอากาศยานดอนเมืองและเชียงใหม่ ที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นในเส้นทางบินระหว่างไทยและจีน ขณะที่ผู้โดยสารมีจำนวน 81,124,861 คน เพิ่มขึ้น 13.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดังนั้น เพื่อรองรับความต้องการใช้ ทำให้ ทอท.เร่งเดินหน้าปรับปรุงสนามบินเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร โดยสนามบินที่จะเร่งรัดดำเนินการนั้น อันดับแรกคือสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุน 117,470 ล้านบาท แม้ว่าที่ผ่านมาแผนการก่อสร้างจะล่าช้าบ้าง แต่ได้รับการอนุมัติและเร่งเดินหน้าให้เป็นไปตามแผน

ซึ่งแบ่งการพัฒนาเป็นโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะ 2 การก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 คาดว่าภายในปี 2564 จะดำเนินโครงการทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้เป็น 90 ล้านคนต่อปี

รองลงมาคือการเดินหน้าพัฒนาสนามบินดอนเมือง วงเงินลงทุน 31,870 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะ 2 โดยดำเนินการ 2 ระยะ คือการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 2 ซึ่งดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนระยะ 3 จะมีการดำเนินการก่อสร้างอาคาร Junction Building ซึ่งจะมีทางเชื่อมระหว่างตัวอาคารกับสถานีรถไฟดอนเมือง การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 ปรับปรุงถนนภายในท่าอากาศยาน การปรับปรุงอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 การขยายลานจอดอากาศยานทำให้มีหลุมจอดอากาศยานเพิ่มขึ้นอีก 12 หลุดจอด และการก่อสร้างอาคารจอดรถและอาคารสำนักงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 65 และทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เป็น 40 ล้านคนต่อปี

และอันดับ 3 คือการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ วงเงินลงทุน 12,780 ล้านบาท ได้แก่ งานก่อสร้าง อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศและอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เป็นต้น คาดดำเนินการแล้วเสร็จปี 73 และสามารถรองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคนต่อปี

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต วงเงิน 12,040 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 59 ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี ส่วนระยะ 2 จะขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขยายลานจอดอากาศยาน ปรับปรุงถนนภายในท่าอากาศยาน คาดดำเนินการแล้วเสร็จปี 65 และจะสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 18 ล้านคนต่อปี

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย วงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยจะขยายลานจอดอากาศยานเพิ่มอีก 3 หลุมจอด ปรับเปลี่ยนเส้นทางการขับอากาศยาน การก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ คาดดำเนินการแล้วเสร็จในปี 65 จะรองรับผู้โดยสารได้เป็น 3 ล้านคนต่อปี

และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ วงเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 73 และรองรับผู้โดยสารได้ 10 ล้านคนต่อปี

จากแผนการลงทุนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นภารกิจการลงทุนที่มีความท้าทายอย่างมากต่อผู้บริหารคนปัจจุบัน เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกที่ใช้เงินพัฒนามูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท สูงกว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดเพียง 1.6 แสนล้านบาท ดังนั้นตั้งแต่ช่วงนี้ไปจึงต้องจับตาดูกันว่า ทอท.จะมุ่งพัฒนาการลงทุนสถานประกอบการให้มีพื้นที่รองรับอนาคตของนักเดินทาง และผู้ใช้บริการ ควบคู่กับการถ่ายโอนภารกิจจากรุ่นสู่คนยุคใหม่ที่จะเข้ามาบริหารในอีก 4-5 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเต็มรูปแบบ ก็ต้องรอลุ้นว่าเม็ดเงินที่นำไปลงทุนในครั้งนี้ จะสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่