บริษัทโฆษณาออนไลน์ ตัวช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

บริษัทโฆษณาออนไลน์

หลังจากที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทไม่ใช่เพียงแค่สำหรับการดำรงชีวิต แต่รวมไปถึงการทำธุรกิจ หลายอย่างก็ได้เปลี่ยนโฉมใหม่จากสื่อสิ่งพิมพ์ไปเป็นสื่อออนไลน์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือ บริการแบบ Offline Marketing ไม่สามารถที่จะช่วยทำให้จุดหมายของผู้ประกอบกิจการบรรลุวัตถุประสงค์ วิธีการประชาสัมพันธ์สินค้าแบบ “โฆษณาออนไลน์” จึงเกิดขึ้นมา

บริษัทโฆษณาออนไลน์
บริษัทโฆษณาออนไลน์

โฆษณาออนไลน์ หมายถึง สื่อโฆษณารูปแบบหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าอินเทอร์เน็ต มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่ผ่านมาเห็นให้เกิดความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน การทำโฆษณาออนไลน์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และกำลังเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะการทำโฆษณาออนไลน์นั้นใช้เงินทุนต่ำ ในขณะที่สร้างยอดขายได้สูง เนื่องจากโฆษณาออนไลน์เป็นสื่อที่แพร่กระจายได้เร็วตามอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ แฟนเพจต่างๆ แถมยังกระจายไปในวงกว้าง ถ้าหากผู้ประกอบการมีเทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์ที่ดี ก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการได้มากขึ้น

ทว่าในการทำโฆษณาออนไลน์ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถทำได้และประสบความสำเร็จ หลายครั้งที่ผู้ประกอบหลายรายลงมือทำโดยที่ไม่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการทำโฆษณาออนไลน์ แต่ทำเพียงเพราะคิดว่า “เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้” จนในที่สุด ผลตอบรับจากการทำโฆษณาออนไลน์นั้นก็ไม่สำเร็จดั่งใจ ซ้ำร้ายกว่านั้นคือกลายเป็นความผิดพลาดที่ต้องเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์

เพราะเช่นนั้น “บริษัทโฆษณาออนไลน์” จึงมีความสำคัญ…

บริษัทโฆษณาออนไลน์ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่จะช่วยต่อเติมความสำเร็จของธุรกิจให้เต็ม เพราะบริษัทโฆษณาออนไลน์จะมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำโฆษณาโดยเฉพาะ โดยเป้าหมายของการทำธุรกิจ คือ การแสวงหาผลกำไร ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้ว การจะขายสินค้าหรือบริการได้ ธุรกิจนั้นต้องมีรากฐานมาจากการที่สินค้าหรือบริการนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมาก่อน ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขาย บริษัทโฆษณาออนไลน์จะช่วย…

  • ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการให้โด่งดัง
  • วิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายที่เป็น Potential Buyer ของสินค้าหรือบริการ
  • หาช่องทางโปรโมทสินค้าหรือบริการนั้นๆ จากบรรดาสื่อ Social Media และ Search Engine ให้เกิดกระแสบวกติดตลาดออนไลน์
  • ช่วยสร้างสื่อโฆษณาออนไลน์ที่จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการจะส่งข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ ต้องมีตัวกลางในการส่งสาร ซึ่งอาจจะเป็น ป้ายแบนเนอร์ ภาพ ข้อความ หรือวิดีโอ ฯลฯ โดยบริษัทโฆษณาออนไลน์จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดูแล Website, การจัดทำภาพประกอบ, การสร้าง Content, การจัดวางเนื้อหา ที่รู้ว่าตำแหน่งไหนจะดึงดูดสายตาคนได้มากที่สุด เวลาไหนเหมาะแก่การขาย เวลาไหนเหมาะแก่การให้ข้อมูล รวมถึงรู้ว่าต้องจับกระแสออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในการโฆษณาสินค้าอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย
  • กระจายการโฆษณาสินค้าหรือบริการอย่างครอบคลุมด้วยเว็บไซต์พันธมิตรที่บริษัทโฆษณาออนไลน์มี เพราะในบางคราว โฆษณาออนไลน์บางประเภทไม่สามารถทำการขึ้นโฆษณาบน Google หรือ Facebook ได้ อาทิ โฆษณาที่เข้าข่าย 18+ และโฆษณาอาวุธ บริษัทโฆษณาออนไลน์จะช่วยนำลงเว็บไซต์พันธมิตรที่ตนมี

ซึ่งในการทำโฆษณาให้มีคุณภาพและน่าสนใจ เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของตนเองให้มากและรอบด้านที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านบวกหรือข้อมูลด้านลบ เพราะรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยที่ดูไม่น่าสำคัญ แต่ถ้าหากบริษัทโฆษณาออนไลน์มองเห็นว่ามีความน่าสนใจก็อาจนำไปใช้เป็นจุดขายในการทำโฆษณาให้กับสินค้าและบริการนั้นๆ ให้ประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ ยังถือเป็นการให้ข้อมูลแก่บริษัทโฆษณาออนไลน์เพื่อจะได้สร้างสรรค์โฆษณาได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และสมบูรณ์อีกด้วย

โฆษณาบน Social

สื่อสังคมออนไลน์ ปัจจุบัน มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง และได้รับความชื่นชอบอย่างต่อเนื่อง จากสื่อ media ที่พัฒนาเป็น Digital  จนกระทั่งเป็น Online Digital ในปัจจุบัน ครอบคลุมทุกความต้องการ สื่อ สังคม ที่นิยมของคนไทย คือ เฟสบุ๊ค Facebook รองลงมาคือ Instagram และ Twitter ซึ่งแต่ละ Social จะใช้วิธีการ โฆษณา แตกต่างกัน ก่อนที่จะลง โฆษณา ลงสื่อ Social คงต้องดูก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ที่ไหน ใช้ Social อะไรเป็นหลัก เช่น เฟสบุ๊ค Instagram แล้วยังต้องสื่อออกมาด้วยภาพลักษณ์แบบไหนจึงจะโดนใจที่สุด เพราะหาก โฆษณา เป็นที่ติดใจ สื่อทาง Social เองนี่แหละที่จะเป็นสื่อโปรโมทไปอย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ อย่างที่เราได้เคยเห็นตามข่าวในโทรทัศน์ปัจจุบัน

 

 

นักการตลาดอย่าวิ่งตามกระแสจนเกินไป

นักการตลาดส่วนมากพยายามวิ่งตามกระแสความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอด จนบางทีลืมคิดไปว่าความต้องการเหล่านี้มีความยั่งยืนสักแค่ไหน ซึ่งความต้องการของลูกค้าเหล่านั้นสามารถแยกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือความเห่อ (fads) และ เทรนด์ (trends)

ความเห่อหรือ fads นั้นเป็นกระแสความนิยมเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้และส่งผลต่อการขายได้น้อยเนื่องจากนักตลาดไม่สามารถวิเคราะห์และปรับตัวตามทันได้ อีกทั้งยังไม่มีความคุ้มค่าถ้าหากต้องลงทุนเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อสนองความต้องการลูกค้าในช่วงเวลาอันน้อยนิดซึ่งก็จะผ่านไปด้วยความรวดเร็วเช่นเดียวกัน

ความเห่อแตกต่างกับเทรนด์ตรงที่เราสามารถคาดเดาเทรนด์ได้ และเทรนด์ก็มีความยืนยาวกว่า ทำให้นักการตลาดสามารถใช้เวลากับการวิเคราะห์เทรนด์ของผู้บริโภคในอนาคตเพื่อที่จะปรับตัวตามได้อย่างคุ้มค่า เช่น เทรนด์ของลูกค้าที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพและความสวยความงามกันมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้ที่มองเทรนด์ออกได้แห่กันไปจับธุรกิจนี้กันอย่างมากมาย และยังมีแนวโน้มว่าผู้คนจะยังให้ความสนใจเทรนด์สุขภาพเพิ่มขึ้นและต่อเนื่องไปอีก เป็นต้น

แต่ถ้าหากเทรนด์บางอย่างสามารถเกาะติดอยู่ติดกับกระแสสังคมไปอีกนานโดยประมาณ 7-10 ปี เราก็สามารถเรียกเทรนด์ประเภทนี้ได้ว่า เทรนด์ยักษ์ (Megatrends) ตัวอย่างเช่น ระบบอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นมาและได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ระบบ E-books หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นที่นิยมและมีเทรนด์ในระยะยาวจะมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แทนการอ่านหนังสือแบบเป็นที่พิมพ์เป็นเล่มๆ ซึ่งนอกจาก E-book จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าแล้วยังสามารถพกพาหนังสือหลายๆ เล่มบนอุปกรณ์เครื่องเดียวไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าอีกด้วย เป็นต้น