6 ทริคการจัดการ Mail marketing อย่างมืออาชีพ

6 Tips for Email Marketing Management

6 ทริคการจัดการ Mail marketing อย่างมืออาชีพ

6 Tips for Email Marketing Management

การส่งอีเมล Marketing จะไม่มีความหมายหากจัดการไม่ถูกต้อง หลายองค์กรพบกับปัญหาการส่งอีเมล Marketing แต่ลูกค้าไม่สนใจ ไม่เปิดอ่าน ซึ่งปัญหาที่เกิดนี้นักการตลาดส่วนใหญ่มักมุ่งเป้าไปที่เนื้อหาของคอนเทนต์ภายใน อีเมลแต่เพียงอย่างเดียว จริงอยู่ที่เนื้อหาเป็นส่วนสำคัญ แต่นอกเหนือจากเนื้อหาแล้ว การจัดการก่อนส่งอีเมล ก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน หากเราจัดการสร้าง อีเมล  ได้อย่างถูกต้องจะช่วยให้ประสิทธิภาพของการทำ Mail marketing เป็นไปอย่างแม่นยำและประสบผลสำเร็จ

1.จัดกลุ่มรายชื่อ อีเมล ของลูกค้า

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และง่ายต่อการส่งอีเมล เราควรแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นสัดส่วน ดูข้อมูลของลูกค้าว่าเป็นลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่า ใช้บริการอะไร หรือกำลังสนใจสินค้าประเภทไหน เพื่อให้เป้าหมายในการจัดส่งมีความชัดเจนและมีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับความสนใจของลูกค้า

2.ใส่ชื่อของลูกค้าผู้รับอีเมลด้วย

การใส่ชื่อลูกค้าจะทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ของผู้ส่งอีเมล ว่าเนื้อหาเหล่านั้นถูกส่งมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

3.ภาพประกอบ

ภาพภายใน Mail marketing ที่เราส่งไปยังลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะผลสำรวจกว่า 94% Mail marketing ที่ใส่รูปภาพ จะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากกว่า อีเมล ที่มีเพียงแค่เนื้อหาอย่างเดียว แต่รูปภาพที่ใส่ลงไปก็ควรที่จะตอบโจทย์ผู้รับ และไม่มีข้อความบนภาพเยอะเกินไปแต่สามารถสื่อสารได้ชัดเจน

4.สร้าง Call to Action

เพื่อให้ลูกค้ามีรีแอคชั่นตอบกลับ Mail marketing ที่ส่ง เราควรใส่ลิงค์ที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของเรา ให้ลูกค้าสามารถรับชมสินค้าและบริการ อ่านข้อมูลของแบรนด์หรือ จะแนบเป็นลิงค์แบบสอบถามต่างๆ ก็ทำได้เช่นกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นต่อแบรนด์ และนำไปปรับใช้ต่อไปในอนาคต

5.รองรับกับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคน ต้องทำให้ผู้รับสามารถเปิดอ่าน อีเมล บนมือถือได้ตลอด เพราะฉะนั้นเราควรที่จะออกแบบการส่งอีเมล Marketing ให้รองรับกับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนเพื่อการเปิดใช้งานได้ทุกเวลาโดยไม่มีข้อจำกัด

6.ทดสอบการส่งอีเมล Marketing

เราควรที่จะทดสอบ Mail marketing ด้วยการทดลองส่งอีเมล ไปยังลูกค้า 2 กลุ่มด้วยกัน (A/B Testing) โดยเปลี่ยนเนื้อหาส่วนต่าง ๆ ภายใน อีเมล ให้มีความแตกต่างกัน เพื่อเป็นแนวทางวิเคราะห์การส่งอีเมล ให้มีประสิทธิผลต่อไปในอนาคต ว่าควรจะสร้างในรูปแบบไหน และลูกค้าสนใจเนื้อหาอะไร

ลองนำ 6 ทริคนี้ไปประกอบการเขียน Mail marketing เพื่อให้อีเมลมีองค์ประกอบที่ชัดเจน ง่ายต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าอย่างมั่นคงรวมไปถึงเกิดการซื้อขายสร้างรายได้ให้กับองค์กร

เคล็ดลับสร้าง Email Marketing ให้น่าสนใจไม่เกิดการมองข้าม!

Email Marketing

เคล็ดลับสร้าง Email Marketing ให้น่าสนใจ ไม่เกิดการมองข้าม!

Email Marketing

การทำ Marketing ผ่านอีเมล เป็นช่องทางที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการส่งข่าวสารเกิดขึ้นมากมาย และรวดเร็วกว่าอีเมล แต่ถึงอย่างไรการทำ Marketing ที่ดีไม่ได้ชี้วัดกันที่ความสะดวกรวดเร็วเท่านั้นแต่ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจด้วย ซึ่งจุดนี้ อีเมล มาร์เกตติ้ง เป็นเครื่องที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว 

 

Email Marketing คือ รูปแบบการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย Email โดยเนื้อหาของอีเมล จะมาในรูปแบบของข่าวสาร ข้อมูล การนำเสนอสินค้าและบริการ โปรโมชั่นต่างๆ เป็นต้น แต่การจะทำ Email Marketing ขึ้นมาสักอัน สิ่งสำคัญเลยคือ เราต้องให้ความสำคัญต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ต้องเข้าใจถึงข้อมูลข่าวสารแบบไหน มาในรูปแบบอย่างไรถึงจะเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค พอเมื่อเปิดอ่านแล้ว Email ของคุณจะไม่ถูกมองข้าม กดแสปม หรือโดนย้ายเข้าไปอยู่ในถังขยะ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่จะช่วยสร้าง Email Marketing  ให้น่าสนใจและไม่ถูกมองข้าม

 

เขียนชื่อหัวข้ออีเมล ให้มีความดึงดูดน่าสนใจ แต่สร้างสรรค์

หัวข้ออีเมล จะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้งานจะเห็นเมื่อเปิดเข้ามาเช็ค Email ซึ่งถ้าชื่อหัวข้ออีเมล ไม่ได้มีความน่าสนใจหรือไม่ได้มีสิ่งเกี่ยวข้องใดๆกับผู้รับโดยตรง Email ของคุณก็อาจถูกมองข้ามได้

 

ใส่ Logo ไว้ที่หัว Email ด้วย!

Logo เป็นหน้าตาของแบรนด์ที่สร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นให้กับ อีเมล มาร์เกตติ้ง ของคุณ เพราะผู้บริโภคส่วนมากสามารถจดจำจากการมองเห็น Logo ได้ดีกว่าการสะกดชื่อ Brand เพราะฉะนั้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นคุณได้ชัดเจนควรใส่โลโก้ไว้ที่หัวอีเมลด้วย

 

ชื่อผู้ส่งอีเมลเป็นทางการดูมีความน่าเชื่อถือ

ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีถูกใช้ไปในด้านลบ ส่งผลให้ผู้ใช้งาน Email สมัยนี้ กลัวการถูกล้วงข้อมูล ปล่อยไวรัสต่างๆ เพราะฉะนั้นการตั้งชื่อ Email Marketing จะต้องดูเป็นทางการและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับ Email ว่าผู้ส่งนั้นมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ Robot ก็จะทำให้กล้าเปิดเข้ามาอ่าน

 

Content Email สั้นกระชับอ่านง่าย ได้ใจความ

ควรที่จะสร้าง Content Email Marketing ให้อ่านง่าย ไม่ยุ่งยาก จัดวางข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นต่างๆ ให้สั้น กระชับ ได้ใจความ บอกให้ผู้รับเห็นถึงเหตุผลชัดเจนว่าทำไมจะต้องใช้สินค้าบริการของคุณ

 

สร้าง ปุ่มกระตุ้น ภายในคอนเทนต์อีเมล

เราไม่ได้เพียงต้องการแค่ให้ผู้รับเปิดอ่านเพียงเท่านั้นแต่เราต้องการเปลี่ยนผู้รับให้มาเป็นลูกค้าของเราเพราะฉะนั้น เราจำเป็นที่จะต้องสร้าง ปุ่มกระตุ้น ให้อยู่ในส่วนหนึ่งของ Email เช่น Register ฟรีรับปากกา 4 ด้าม เป็นต้น เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ให้ผู้รับกลายมาเป็นลูกค้าของเราในอนาคต

 

ใส่ช่องทางการติดต่อกลับ

เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ห้ามลืมโดยเด็ดขาดเพราะถ้าลูกค้าสนใจในสินค้าและบริการของเรา ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม จะได้สามารถติดต่อกลับมายังเราได้ ดังนั้นเราควรที่จะใส่ช่องทางการติดต่อให้ครบถ้วน รวมไปถึงช่องโซเชียลมีเดียต่างๆด้วย

 

ลองนำเกร็ดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้มาปรับแก้ใช้กันดูกับ อีเมล มาร์เกตติ้ง ของคุณที่บางทีอาจมองข้ามบางจุดไป เพื่อ Email Marketing ที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเมื่อผู้รับเห็นก็จะไม่เกิดการมองข้ามอีกต่อไป

Email Marketing กำลังจะตาย ในขณะที่ Social Media Marketing กลายเป็นการตลาดทรงอานุภาพจริงหรือ?

ช่วงปี 2008-2012 หลังจากการเจริญเติบโตของสื่อโซเชียลเน็จเวิร์ค อย่าง Email Marketing ที่เคยรุ่งเรืองก็ได้รับความนิยมน้อยลง เหตุเพราะช่องทางการตลาดออนไลน์อย่าง Facebook, LINE@, Instagram และ Twitter ได้เข้ามามีหน้าที่สำคัญต่อวิธีการทำ กลยุทธ์ตลาดออนไลน์ กลายเป็นตัวหลักสำหรับการเพิ่มยอดขาย ที่ผู้ประกอบกิจการจำนวนมากนิยมใช้ จึงเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า สรุปแล้ว Email Marketing ได้ตายลงไปแล้ว แล้วช่องทาง Social Media เป็นช่องทาง Marketing ที่ดีสุดจริงหรือ?

วันนี้เราเลยจะมาหาคำตอบกันว่าระหว่าง Email Marketing กับ Social Media Marketing ใครเป็นช่องทางการตลาดที่ทรงอานุภาพมากกว่ากัน เริ่มจาก…

Email Marketing
  1. Email Marketing (การตลาดผ่านอีเมล์)

Email Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ประเภทหนึ่งที่โด่งดังมากในยุคแรกๆ เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ส่วนมากนิยมใช้กับธุรกิจที่ต้องการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการในรูปแบบข้อความ (Text) ซึ่งถ้าทำอย่างเหมาะสมและถูกหลัก จะให้ผลตอบรับดี เพราะ Email Marketing สามารถกำหนดเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้จากการคัดแยกรายชื่อ Email ภายหลังที่กลุ่มเป้าหมายกรอกข้อมูลมา ในขณะเดียวกันยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าได้อย่างแนบแน่น ผ่านการอัพเดทข่าวสาร หรือการส่งโปรโมชั่นให้ทราบอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ลูกค้าเก่ารู้สึกว่าเรายังคงให้ความสำคัญและยังให้สิทธิพิเศษแก่เขา และสร้างลูกค้าใหม่ได้ด้วยการบอกต่อจากลูกค้ารายเก่า จนกลายเป็นเสมือนวงจรการสร้างฐานลูกค้าแบบไม่รู้จบ

ซึ่งผู้ทำธุรกิจทุกคนสามารถทำได้เพียงแค่รู้จักเคล็ดลับการทำ Email Marketing ให้ถูกต้องและน่าดึงดูด เช่น รู้จักการใช้เครื่องมือขั้นสูง, กลยุทธ์ Personalize Email, วันเวลาที่เหมาะสมในการส่ง ฯลฯ และระวังการการส่งอีเมลที่ไม่พึงประสงค์, การส่งอีเมลที่มีเนื้อหาไม่ดีหรือเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ทดสอบแคมเปญอีเมลก่อนที่จะส่ง

  1. Social Media Marketing (การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย)

Social Media Marketing เป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านบรรดาสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter ฯลฯ โดยในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากเพราะมีช่องทางการโฆษณาหลากหลายรูปแบบและมี Platform ที่เอื้ออำนวยต่อการทำโฆษณาที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบเนื้อหาเชิงลึก ความบันเทิง กิจกรรม และแบบไดนามิก ที่ Email Marketing ไม่สามารถทำได้เพราะถูกจำกัดจำนวนตัวอักษร จำกัดรูปแบบ ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดของการทำ Social Media Marketing คือ สามารถสร้างฐานลูกค้าที่เป็น Potential Buyer ได้กว้าง ไม่ใช่เพียงในประเทศที่คุณอาศัยอยู่ แต่รวมถึงประเทศอื่นๆ ระดับโลก เพราะสื่อสังคมออนไลน์หากมีการ Post เนื้อหา บทความ สินค้าหรือบริการใดๆ ลงไปแล้วผู้ใช้บริการสื่อนั้นผ่านมาเห็นแล้วเกิดการ Engagement ทั้ง Like, Share, Comment จะเกิดการส่งต่อไปยังหน้า Feed คนอื่นได้อีกหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่นคนภายในไม่กี่วินาที แถมยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับการตลาดอื่นๆ ที่สำคัญคือสามารถทำโฆษณาได้ทุกวันและตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจเริ่มคิดว่า การที่ Social Media Marketing ได้รับความนิยม และเป็นช่องทางที่ทรงอานุภาพที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องถูกแล้ว เพราะการทำ Email Marketing ก็ดูยุ่งยากและซับซ้อนเกินไป แถมผลประโยชน์ที่ได้รับกลับมาก็ต่างกันสุดขั้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิด Inequality ด้านข้อมูล เราจึงต้องมาดูข้อด้อยของ Social Media Marketing กันต่อ

ข้อด้อยของการทำธุรกิจออนไลน์บนสื่อโซเชีลมีเดีย คือ มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าการทำ Email Marketing เพราะปัจจุบันผู้ใช้บริการเริ่มตระหนักคิดว่า บนโซเชียลมีเดียนั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำโฆษณาอ้างอิงสรรพคุณของสินค้าและคุณสมบัติของการบริการได้อย่างง่ายๆ ส่งผลให้การปิดการขายเป็นไปได้ยาก

ดังนั้นเมื่อลองพิจารณาข้อความข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะ Email Marketing หรือ Social Media Marketing ก็ล้วนแต่มีข้อดี-ข้อด้อยเป็นของตนเอง ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะผลประโยชน์ตอนแทนของมันขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและวัตถุประสงค์ที่ผู้ประกอบการตั้งไว้ เช่น Email Marketing เหมาะสมกับธุรกิจที่ต้องการสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายสินค้า และธุรกิจที่ต้องการสานสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสม่ำเสมอ ในขณะที่ Social Media Marketing เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์

ส่วนในส่วนของการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ Smartphone ทำให้ Social Media Marketing ได้รับความนิยม และเป็นสาเหตุให้ Email Marketing เสื่อมอำนาจลงนั้นจริงหรือไม่ บริษัท Nielson Company ได้ออกมาเผยตัวเลขของผู้ใช้ Social Media ว่าหากผู้ใช้มีการใช้งาน Social Media มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะมีการใช้ Email มากขึ้นเท่านั้น (Tukko Nathida,มปป) กล่าวได้ว่า นอกจาก Social Media จะไม่ทำลายหรือหักล้างการสื่อสารทาง Email แล้ว Social Media ยังเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ Email เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ดังนั้น ผู้ทำธุรกิจยังไม่ควรมองข้ามการทำ Email Marketing ไป เพราะ Email Marketing ไม่ใช่ช่องทางที่กำลังจะตาย ในทางกลับกันสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายเนื่องจากเป็นการทำการตลาดแบบที่การตลาดออนไลน์รูปแบบอื่น ๆ ทำให้ไม่ได้

กระบวนการทำงานของ email marketing services

กระบวนการทำงานของ email marketing services แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. การส่งอีเมล์ การส่งอีเมล์นั้นเราจะต้องเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าไปใช้งาน เมล์เซิร์ฟเวอร์ที่สามารถส่งอีเมล์ได้ โดยโปรโตคอลที่ใช้ในการส่งอีเมล์เรียกว่า SMTP (Simple Mail Transfer Protocol) ทำงานด้วย POP เซิร์ฟเวอร์ (POP = Post Office Protocol)

2. การเดินทางไปยังเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเราเขียนหรือพิมพ์อีเมล์เสร็จแล้ว คอมพิวเตอร์จะส่งอีเมล์ไปให้ SMTP เซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์ก็จะตรวจสอบชื่อ-ที่อยู่ของผู้รับ แล้วจัดส่งอีเมล์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับ อีเมล์จะรออยู่ที่เมล์เซิร์ฟเวอร์จนกระทั่ง ผู้รับมารับไป

3. ผู้รับปลายทาง ผู้รับปลายทางจะมีชื่อ-ที่อยู่บนอินเทอรืเน็ตซึ่งสามารถขอรับบริการขอที่ อยู่ได้ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ทุกแห่ง อีเมล์จะอยู่ที่เมล์บ็อกซ์ตามจำนวนวัน เวลาที่ได้รับ รอจนกว่าผู้รับเรียกอีเมล์ไปอ่านและลบออก อีเมล์จึงจะหายไป เราสามารถพิมพ์อีเมล์ไปบนกระดาษทางเครื่องพิมพ์ หรือเก็บอีเมล์ไว้บนฮาร์ดิสก์ไว้อ่านทีหลังได้