สอบ OpenStack Certificate Administrator คืออะไร? ทำไม OpenStacker ต้องสอบ

เรามั่นใจว่าความฝันสูงสุดของ OpenStack Admin หลายคน คือ การมี OpenStack Certificate Administrator หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า “ใบรับรองความสามารถด้านการดูแลระบบ OpenStack” ไว้ในครอบครอง เพราะมันเป็นเสมือนใบเบิกทางที่จะนำพาตัวเองไปสู่หนทางที่ไกลกว่า ซึ่งหลายคนคงรู้วิธีการสมัครสอบ OpenStack Certificate  Administrator  กันอยู่แล้ว ว่าสามารถสมัครสอบได้ที่นี่ และมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราคา $300 สามารถสอบได้ภายใน 12 เดือนหลังการชำระเงิน ฉะนั้นวันนี้เราจึงจะพาย้อนความกลับไปดูว่าเจ้าใบรับรองที่ใครๆ ก็อยากได้นี่มีความเป็นมาอย่างไร แล้วเมื่อได้มาสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง

ตามเดิม OpenStack Certificate (ใบรับรอง OpenStack) เริ่มต้นมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง Mirantis, Red Hat และ Linux ฯลฯ ได้ทำการเปิดคอร์สสอนอบรมความรู้เรื่องการใช้ระบบ OpenStack ขึ้นมาให้บุคคลทั่วไปตลอดจนแอดมินที่ดูแลระบบได้เข้ามาลงทะเบียนเรียนและสอบเอาใบรับรองความเชี่ยวชาญด้าน OpenStack นี้กลับไป แต่มันกลับกลายเป็นมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ที่บริษัทเหล่านี้เอามาสอนครอบคลุมอยู่แค่ Platform ของบริษัทนั้นๆ มิใช่แบบ Open Source เพียวๆ ดังนั้นองค์กร OpenStack Foundation ซึ่งเป็นองค์กรหลักผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ Cloud Opensource จึงประกาศกลางงาน OpenStack Summit 2016 ณ เมือง Austin นครรัฐ Texas ในเดือนเมษายน ปี 2016 ว่า จะมีการสอบ OpenStack Certificate ของ OpenStack เองอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ Certified OpenStack Administrator (COA) ด้วยความเล็งเห็นว่า ในปัจจุบันทักษะ OpenStack กำลังเป็นที่ต้องการสูง

“COA is the first professional certification offered by the OpenStack Foundation. It’s designed to help companies identify top talent in the industry, and help job seekers demonstrate their skills.” – (Openstack.org, n.d.)

(COA คือ ครั้งแรกของการรับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ OpenStack Foundation ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทสามารถระบุความสามารถระดับสูงในแวดวงอุตสาหกรรม และช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหางานด้าน OpenStack สามารถโชว์ทักษะของตนได้)

นั่นจึงหมายความว่าบุคคลทั่วไปที่สอบ OpenStack Certificate ผ่านจะได้รับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน OpenStack สามารถนำใบรับรองความสามารถด้านการดูแลระบบ OpenStack นี้ไปใช้ในการสมัครงานตำแหน่งระดับสูงได้ และในทางเดียวกันหาก OpenStack Admin ที่ทำงานอยู่ในองค์กรใดองค์หนึ่งถือครอง OpenStack Certificate Administrator ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเป็นตัวการันตีว่าทีมงานมีคุณภาพตามมาตรฐาน ซึ่งการวัดผลคะแนนผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ทาง COA ได้กำหนดไว้ในระเบียบการว่า “passing score of 76 or higher” หมายถึงผู้สอบ OpenStack Certificate Administrator  ต้องทำคะแนนให้ได้มากกว่าหรือเท่า 76 คะแนน

OpenStack และ Docker Container ที่จะกลายเป็นที่นิยม

Data center กับระบบ Virtual Machine หรือ VM เป็นสิ่งคู่กันมานานตั้งแต่อดีต ทว่าด้วยขนาดความใหญ่ของตัว VM และการกินเวลา Deploy นานกว่าจะพร้อมใช้งาน จึงเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “Container Technology” ขึ้นมา โดยพื้นฐานก็มาจาก Linux นั่นเอง

จุดเด่นที่ Container มี แต่ Virtual Machine ไม่มี คือ ขนาดที่เล็กและการใช้เวลา Deploy ไม่นาน เพียงแค่ติดตั้ง OS หลักกับ Docker Engine เพื่อใช้ทำงานกับ Container Technology ก็สามารถ Deploy ได้ทันทีแล้ว จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เจ้าเทคโนโลยีนี้จะได้รับความนิยม ฮอตฮิตเป็นเป้าความสนใจขึ้นมา

ข้อแตกต่างอีกอย่าง ก็คือ Container นั้นไม่ต้องติดตั้งทับลงบน Hypervisor แล้วติดตั้ง Guest OS ซ้ำซ้อนอีกชั้นเหมือนกับ Virtual Machine แต่แค่ตั้งค่า Bins/Libs ก็สามารถติดตั้ง Application ลงไปได้เลย ทำให้ Container ไม่กินพื้นที่การใช้งานภายใน Data Center มากเท่า VM ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามี Container ขนาด 1GB แล้วต้องการเพิ่มจำนวนเป็น 1,000 Container ก็จะไม่ใช่ 1GB x 1000 แบบ VM แต่เป็น 1GB กับขนาดพื้นที่ที่เพิ่มเข้ามาอีกเล็กน้อย (อาจจะเป็นแค่ 1.5 – 2GB)

Docker Container สามารถตอบโจทย์ของยุคนี้ที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดี เพราะสามารถพัฒนาฟีเจอร์หรือเสริม Content ใหม่ๆ ลงไปได้รวดเร็วมากกว่ากว่าการใช้ VM ไม่ต้องมีการหยุด Service แค่สร้าง Application ใหม่แล้วทดสอบใน Environment จำลองว่าสามารถใช้งานได้และไม่ก่อให้เกิด Bug ใดๆ ก็นำไป Deploy ใช้งานจริงได้เลยทันที จึงทำให้เสริมฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ โดยไม่กระทบกับระบบหลัก นอกจากนี้ ถ้าต้องการนำ Application ที่มีการพัฒนาอยู่แล้วมาใช้งาน ก็สามารถไปเช็คใน Github แล้วเอามาทดสอบได้อีกด้วย

องค์กรชั้นนำก็ย้ายมาใช้ Container Technology

ด้วยความสะดวกรวดเร็วเหนือชั้นกว่า VM ทั้งทำ Provision ได้รวดเร็ว และ Deploy ได้ไว ส่งผลให้การทำงานร่วมกับข้อมูลจำนวนมหาศาลลุล่วงได้ในระยะเวลาสั้นๆ หลายบริษัทและองค์กรชั้นนำจึงให้ความสนใจหันมาใช้งาน Container Technology กันมากขึ้นเรื่อยๆ Intel เองก็เพิ่งย้ายระบบไปใช้งาน Container Technology เมื่อเร็วๆ นี้

Mr. Ken Proulx ประธานและ CEO ของ OpenRackReady เผยเรื่องที่ Intel ย้ายการใช้บริการจาก VMware มาเป็น OpenStack ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วยังได้ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นกว่าเดิม คือ
ประหยัดค่า License ของ VMware และค่า Maintainance รวมมากถึง 21 ล้านเหรียญ (ราว 700 ล้านบาท)
Provision Server เร็วขึ้น จาก 90 วัน ลดลงเหลือ 30 นาทีเท่านั้น
ลดปริมาณ Server Ticket ลงไป 90%
ทำ Agile, DevOps, Continuous Integration/Continuous Deployment (CI/CD) ได้
ลดเวลาทำ Time-to-Market ของ Application ต่าง ๆ ลงไปมาก
ทำ Self-Service Automation เพื่อสร้าง Server, Storage, Network ได้
ลดเวลารอใช้ IT Infrastructure ของ Developer 90%

จากกรณีของ Intel เราจะเห็นว่าเทคโนโลยี Container ที่แม้จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับ Developer อยู่บ้างและต้องใช้เวลาในการศึกษา แต่ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างคุ้มค่าที่จะเรียนรู้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่ งาน Openstack-Container Conference and Workshop 2016