ทำไมต้องใช้ Cloud Email Hosting

Cloud Email Hosting เป็นการให้บริการ Mail Hosting ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นการให้บริการเฉพาะ Email เท่านั้น ไม่มีพื้นที่เก็บเว็บไซต์ จึงลดปัญหาการโดน Spam ที่ออกมาจากเว็บไซต์ โดยเอาคุณสมบัติของการทำงานในรูปแบบ Cloud Server มาใช้ มีการแยก ส่วนต่าง ๆ ออกจากกัน เช่น Server เก็บ Mail , Server Mail ขารับ, Server Mail ขาส่ง และด้วยระบบป้องกัน Spam Mail และ Virus 99.99% รองรับการใช้งาน กับมือถือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Android, Windows Phone ฯลฯ ช่วยให้การส่งเมล์ไปต่างประเทศ อย่าง Hotmail, Gmail, Yahoo เป็นไปอย่างรวดเร็ว และไร้ปัญหา

ทางเราเลือกใช้ Mail Server software MailEnable รุ่น Enterprise ที่มีประสิทธิภาพสูง มี Web Mail ที่ให้ความยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติรวมถึงปฏิทินส่วนตัว ติดต่องาน โฟลเดอร์ การดึง POP, ลงลายเซ็นอัตโนมัติ, ชุดตัวอักษรหลากหลาย, ดูผ่าน HTML, สะกดตรวจสอบคำโดยรองรับความสามารถ ในการใช้งานหลายภาษาและกำลังได้รับความนิยมอย่างมากมาพร้อมกับระบบ POP3, SMTP, IMAP, Webmail, Anti SPAM, Aiti Virus อันชาญฉลาด รองรับการใช้งานโดเมนและผู้ใช้งานแบบไม่จำกัด (Unlimit E-Mail Account) และขณะนี้ ได้พัฒนาไปถึงการทำงานบนระบบ Mobile ทำให้เปิด Webmail ผ่าน Mobile เช่น Iphone,IPAD,Galaxy Note ได้อย่างง่าย รวดเร็ว รูปแบบสวยงาม ง่ายต่อการใช้งาน

ทำไมต้องใช้ Cloud Email Hosting

– ให้ความสำคัญกับการใช้ Email ในการติดต่อทางด้านธุรกิจ ไม่อยากพลาดการติดต่อ
– มีระบบป้องกัน Spam ทั้งขารับและขาส่ง
– ท่านจะมีอีเมล์ใช้ในชื่อท่านเอง เช่น yourname@yourcompany.com
– ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการใช้ฟรีอีเมล์เช่น @hotmail.com, @gmail.com ลูกค้าจะมองได้ว่าแค่อีเมล์ยังต้องใช้ของฟรี
Email Server เป็น Server ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สามารถส่ง Mail ภายในได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีปัญหา มีเจ้าหน้าที่ Support
– ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับ SME หรือธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าจาก Google App หรือ Microsoft Exchage ที่มีราคาแพง
– Email Server นี้จะใช้เฉพาะรับส่ง Email เท่านั้น จึงจะไม่โดนปัญหา Bot Spam จาก web opensource ต่าง ๆ

นักการตลาดอย่าวิ่งตามกระแสจนเกินไป

นักการตลาดส่วนมากพยายามวิ่งตามกระแสความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอด จนบางทีลืมคิดไปว่าความต้องการเหล่านี้มีความยั่งยืนสักแค่ไหน ซึ่งความต้องการของลูกค้าเหล่านั้นสามารถแยกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือความเห่อ (fads) และ เทรนด์ (trends)

ความเห่อหรือ fads นั้นเป็นกระแสความนิยมเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้และส่งผลต่อการขายได้น้อยเนื่องจากนักตลาดไม่สามารถวิเคราะห์และปรับตัวตามทันได้ อีกทั้งยังไม่มีความคุ้มค่าถ้าหากต้องลงทุนเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อสนองความต้องการลูกค้าในช่วงเวลาอันน้อยนิดซึ่งก็จะผ่านไปด้วยความรวดเร็วเช่นเดียวกัน

ความเห่อแตกต่างกับเทรนด์ตรงที่เราสามารถคาดเดาเทรนด์ได้ และเทรนด์ก็มีความยืนยาวกว่า ทำให้นักการตลาดสามารถใช้เวลากับการวิเคราะห์เทรนด์ของผู้บริโภคในอนาคตเพื่อที่จะปรับตัวตามได้อย่างคุ้มค่า เช่น เทรนด์ของลูกค้าที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพและความสวยความงามกันมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้ที่มองเทรนด์ออกได้แห่กันไปจับธุรกิจนี้กันอย่างมากมาย และยังมีแนวโน้มว่าผู้คนจะยังให้ความสนใจเทรนด์สุขภาพเพิ่มขึ้นและต่อเนื่องไปอีก เป็นต้น

แต่ถ้าหากเทรนด์บางอย่างสามารถเกาะติดอยู่ติดกับกระแสสังคมไปอีกนานโดยประมาณ 7-10 ปี เราก็สามารถเรียกเทรนด์ประเภทนี้ได้ว่า เทรนด์ยักษ์ (Megatrends) ตัวอย่างเช่น ระบบอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นมาและได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ระบบ E-books หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นที่นิยมและมีเทรนด์ในระยะยาวจะมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แทนการอ่านหนังสือแบบเป็นที่พิมพ์เป็นเล่มๆ ซึ่งนอกจาก E-book จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าแล้วยังสามารถพกพาหนังสือหลายๆ เล่มบนอุปกรณ์เครื่องเดียวไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าอีกด้วย เป็นต้น